วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554
(12) พึงสวมอาภรณ์แห่งแสงสว่าง
จากพระโอวาทนี้
คำว่า "จิต" หมายถึง จิตเดิมแท้
คำว่า "วิญญาณ" มีความหมาย 2 ระดับคือ
(ก) วิญญาณที่เป็น "การรับรู้" ในทุกๆ ระดับของชีวิต
(ข) วิญญาณที่เป็น "ภาวะตัวตน" อันให้จิตเสวยผลแห่งการกระทำนั้น
บ้านเก่า หมายถึง "พระนิพพาน" (ดับกิเลสและกองทุกข์)
ความเป็นหนึ่ง คือ ความเป็นหนึ่งของธรรมะกับชีวิต
จงสวม "อาภรณ์แห่งแสงสว่าง" โดยมีหลักปฏิบัติ ดังนี้
สิกขาบทที่ 1 "จงใช้พลัง 12 ประการ"
ทักษะปฏิบัติทางวิถีจิต
เพื่อฉุดช่วย..เยียวยา..เสริมพลัง
ขจัดอุปสรรค..สร้างความมั่นคง..เกิดกุศล
สิกขาบทที่ 2 "เราคือพุทธะ"
มนุษย์ทุกคนล้วนมีธรรมชาติแห่งการตื่นรู้
พึงเจริญปัญญาสว่าง
สิกขาบทที่ 3 "เมตตาสว่างภาวนา"
เพราะเมตตาธรรมค้ำจุนโลก
พึงให้ความรักความเมตตาแผ่ไพศาลไกล
จงสวม "อาภรณ์แห่งแสงสว่าง" โดยมีหลักปฏิบัติ ดังนี้
สิกขาบทที่ 1 "จงใช้พลัง 12 ประการ"
ทักษะปฏิบัติทางวิถีจิต
เพื่อฉุดช่วย..เยียวยา..เสริมพลัง
ขจัดอุปสรรค..สร้างความมั่นคง..เกิดกุศล
สิกขาบทที่ 2 "เราคือพุทธะ"
มนุษย์ทุกคนล้วนมีธรรมชาติแห่งการตื่นรู้
พึงเจริญปัญญาสว่าง
สิกขาบทที่ 3 "เมตตาสว่างภาวนา"
เพราะเมตตาธรรมค้ำจุนโลก
พึงให้ความรักความเมตตาแผ่ไพศาลไกล
วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2554
พันธกิจของกัลยาณชนแห่งแสงสว่าง
(1) พึงมอบ..ชีวิตให้พระธรรม..เถิด
เพราะธรรมะย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม
ผู้ใดเห็นธรรม..ผู้นั้นเห็นตถาคต
และมีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้อยู่เหนือเศียรเกล้าเป็นผู้นำทาง
ที่สำคัญพระองค์ทรงฝาก "รอยพระบาท" ให้เราเจริญรอยตามดังนี้
(2) จงเป็นอิสระจากวัฏจักรชีวิตด้วยการน้อมนำ..
หลักธรรมมา ก. สร้างสรรค์ (พลังแห่งจินตนาการ)
ข. รักษา (พลังแห่งการเยียวยา)
ค. แปรเปลี่ยน (พลังแห่งการควบคุมกำกับ)
ชีวิตตนให้อยู่ในสัมมาวิถีจริงเพื่อ "ดับทุกข์" (นิพพาน)
และแบ่งปันประสบการณ์การออกจากกองทุกข์
มอบเป็นธรรมทานให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย
(3) สร้างสรรค์สังคมอริยะ ให้เป็นเอกภาพตามเหตุปัจจัย
ตามกำลังสติปัญญา ตามหน้าที่แห่งบุญสัมพันธ์
อย่างเข้าใจจุดประสงค์จริง
(11) ทำอย่างไร ? ให้ธรรมะภายในตัวเราทุกคนปรากฏจริง
วิถีอนุตตรธรรม ธรรมะที่ทรงคุณอันประเสริฐสูงสุด
มี 3 ระดับให้พึง "รับรู้ด้วยใจจริง" แห่งตน
ธรรมะแท้จริง คุณลักษณ์แห่งธรรมะที่ไร้รูปลักษณ์ (สุญญตาภาวะ)
ที่รับรู้ด้วยตาหูจมูกปากกายมิได้ แต่พึงรับรู้ด้วย..
ใจจริงที่ว่างๆ แห่งตน ซึ่งเป็นปัตจัตตัง
หลักธรรมแท้จริง คือ เมตตา+มโนธรรม+จริยธรรม+สัตยธรรม+ปัญญา
(ทั้งหมดรวมเป็นหลักสัจธรรม) คุณสมบัติแห่ง..
จิตภาวะตามปกติ..ที่ใจพึงสะท้อนสู่ชีวิตจริง
ในโลกแห่งปรากฏการณ์นี้ (ระบบธรรมชาติ)
พระโองการจริง ด้วยคุณค่าแห่งเหตุปัจจัยในชีวิตของเรา
พึง..กำหนดปณิธานธรรม..สู่พฤติกรรมจริงของตน
รับรู้สิ่งต่างๆ เพื่อจะดำเนินตามทาง (มรรค)
ด้วย "ใจจริงที่มีความสั่นสะเทือนอย่างตรงพระธรรม"
(ใจฟ้า..ช่วยไม่หวังผล ใจดิน..รองรับไม่รังเกียจ)
มนุษย์นั้นพึงเลียนแบบ "ใจฟ้าดิน"
และนี่คือ เมตตาสว่างภาวนา
มี 3 ระดับให้พึง "รับรู้ด้วยใจจริง" แห่งตน
ธรรมะแท้จริง คุณลักษณ์แห่งธรรมะที่ไร้รูปลักษณ์ (สุญญตาภาวะ)
ที่รับรู้ด้วยตาหูจมูกปากกายมิได้ แต่พึงรับรู้ด้วย..
ใจจริงที่ว่างๆ แห่งตน ซึ่งเป็นปัตจัตตัง
หลักธรรมแท้จริง คือ เมตตา+มโนธรรม+จริยธรรม+สัตยธรรม+ปัญญา
(ทั้งหมดรวมเป็นหลักสัจธรรม) คุณสมบัติแห่ง..
จิตภาวะตามปกติ..ที่ใจพึงสะท้อนสู่ชีวิตจริง
ในโลกแห่งปรากฏการณ์นี้ (ระบบธรรมชาติ)
พระโองการจริง ด้วยคุณค่าแห่งเหตุปัจจัยในชีวิตของเรา
พึง..กำหนดปณิธานธรรม..สู่พฤติกรรมจริงของตน
รับรู้สิ่งต่างๆ เพื่อจะดำเนินตามทาง (มรรค)
ด้วย "ใจจริงที่มีความสั่นสะเทือนอย่างตรงพระธรรม"
(ใจฟ้า..ช่วยไม่หวังผล ใจดิน..รองรับไม่รังเกียจ)
มนุษย์นั้นพึงเลียนแบบ "ใจฟ้าดิน"
และนี่คือ เมตตาสว่างภาวนา
วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2554
ตรวจสอบและแปรเปลี่ยนตนเอง เพื่อดับเหตุแห่งภัยพิบัติ
นำพลังธรรมจากจิตเดิมแท้ตรวจสอบ พฤติกรรมตน
เมื่อพบเห็น "ประสบการณ์เดิม" "ความคิดความเชื่อ"
"แนวโน้มนิสัย" และ/หรือ "ความเคยชิน" ตามลักษณะดังกล่าว
จง หยุด และ แปรเปลี่ยนตนเอง ทันที (คุณทำได้)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)












